| กล่าวตั้งแต่ พระพุทธองค์เสด็จดับขันธนิพพาน พระพุทธศาสนาได้แพร่หลายอยู่ในมัชฌิมประเทศ หรืออินเดียตอน
กลาง ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราชขึ้นครองราชสมบัติ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มีพระเดชานุภาพใหญ่หลวง พระองค์สลด
์พระทัยในการพุ่งรบ แต่มุ่งหมายจะแผ่พระเดชานุภาพทางธรรมเพราะทรงเห็นว่า พระพุทธศาสนามีคติธรรมล้ำเลิศ
กว่าศาสนาอื่น ๆ จึงทรงอุปถัมภ์และเผยแผ่ในนานาประเทศ โดยส่งพระสงฆ์เป็นสมณฑูตออกไปยังประเทศต่าง ๆ
โดยพระโสณเถระกับพระอุตรได้เดินทางไปเผยแผ่พระพุทธศาสนายังดินแดนสุวรรณภูมิ
องค์พระปฐมเจดีย์ สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยเดียวกับครั้งพระเจ้าอโศกมหาราชยังครองราชสมบัติอยู่แน่นอน
เพราะลักษณะองค์เจดีย์นั้น เดิมเป็นสถูปกลมรูปทรงคล้ายบาตรคว่ำ (โอคว่ำ) แบบสัญจิเจดีย์ ในประเทศอินเดีย
ที่พระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้
มีผู้รู้หลายท่านได้สันนิษฐานว่า องค์พระปฐมเจดีย์มีการสร้างและปฏิสังขรณ์มาอย่างน้อย 3 ครั้งแล้ว
- สมัยสุวรรณภูมิ คือ ระยะการสร้างครั้งแรก ราวพุทธศักราช 300-1000
- สมัยทวารวดี มีการสร้างเพิ่มเติม ประมาณช่วงพุทธศักราช 1000-1600
- ครั้งที่ 3 ก็คือสมัยที่มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ใน สมัยรัตนโกสินทร์
ใน เรื่องการสร้างองค์เจดีย์แต่เดิมนั้น มีการเล่าสืบ ๆ กันมาเป็นตำนานอยู่หลายตำนานด้วยกัน เช่น "ตำนาน
พระยากง พระยาพาน" ได้เล่าไว้ว่า พระยากงได้ครองเมืองศรีิวิชัยหรือนครชัยศรีแทนท้าวสิการาช พระบิดา
พระมเหสีประสูติพระกุมารพระองค์หนึ่ง โหรทำนายว่ากุมารีบุญญาธิการมากแต่จะทำปิตุฆาต พระองค์จึงรับสั่งให้
นำกุมารไปทิ้ง ก็มียายหอมมาเก็บกุมารได้แล้วเลี้ยงจนเติบใหญ่ เมื่อเติบใหญ่กุมารจึงลายายหอมขึ้นไปเมืองเหนือ
ถึงสุโขทัย บังเอิญไปพบช้างพระเจ้าแผ่นดินสุโขทัยอาละวาดสลัดหมอควาญหลุดและสาละวนไล่แทงผู้คน กุมาร
จึงจับช้างกดลงกับดินคนทั้งปวงจึงจับช้างได้ ความทราบถึงพระเจ้าแผ่นดิน จึงชุบเลี้ยงกุมารเป็นบุตรบุญธรรม
จนกระทั้งกุมารได้ยกทับมารบกับพระยากง โดยกระทำยุทธหัตถีกัน พระยากงเสียทีกุมารถูกฟันด้วยของ้าวคอขาด
หลังจากนั้นกุมารจึงยกรี้พลเข้าไปตั้งอยู่ในเมืองและต้องการได้พระมเหสีพระยากงเป็นภรรยา
แต่ก็มีเหตุดลใจให้
้ทราบว่าเป็นพระมารดา โดยเทพยดาเนรมิตเป็นแพะแม่ลูกอ่อน นอนขวางบันไดปราสาทของมเหสี
กุมารจึงข้ามไป
ขณะนั้นก็ได้ยินลูกแพะพูดกับแม่แพะว่า "เราเป็นสัตว์เดรัจฉาน ท่านจึงข้ามเราไป" แม่แพะเสริมว่า "นับประสาอะไร
กับท่านแม้มารดายังจะเอาเป็นเมีย" กุมารไ้ด้ฟังจึงเกิดความละอายใจ จึงตั้งสัจอธิษฐานว่า ถ้าหญิงผู้นี้เป็นมารดาจริง
ขอให้น้ำนมไหลออกจากถันทั้งคู่ ถ้าไม่ใช่จงอย่าปรากฎเลย แต่แล้วก็เกิดมีน้ำนมไหลออกมาจากถันทั้งคู่จริง เมื่อแม่ลูกรู้จักกันแล้วและทราบว่าพระยากงเป็นพระบิดาก็เสียใจ และโกรธยายหอมมาก จึงจับยายหอมฆ่าเสียทันที
ด้วยเหตุนี้เอง คนทั้งปวงจึงเีรียกกุมารนั้นว่า พระยาพาล ครั้นเมื่อฆ่าพระบิดาและยายหอมแล้วก็เกิดความรู้สึกว่าจะเป็นเวรต่อกันจึงทำบุญให้ทานไม่ขาด ต่อมาเมื่อพระมเหสี
ของพระองค์ให้ประสูติพระโอรสพระยาพานจึงเกิดความรู้สึกถึงความรักที่พ่อมีต่อลูก และเกิดสำนึกในสิ่งที่กระทำไป
จึงให้อำมาตย์นิมนต์พระอรหันต์มาบิณฑบาตในวัง เมื่อได้โอกาสก็ถามถึงการแก้ไขสิ่งที่ตนได้ทำปิตุฆาต พระอรหันต์
ตอบว่า "สิ่งนี้เป็นกรรมหนักนักต้องตกมหานรกอเวจี มีแต่ทางผ่อนหนักให้เป็นเบาได้เท่านั้น คือสร้างพระเจดีย์สูง
เท่ากับนกเขาเหิน กรรมอาจจะลดลงไปได้สัง 1 ในสิบส่วน" พระยาพานจึงสั่งให้สร้างเจดีย์ดั้งกล่าวแล้วบรรจุ
พระบรมธาตุพระเขี้ยวแก้วไว้ในเจดีย์ใหญ่ด้วย
นี่คือตำนานตำนานหนึ่งที่ชาวนครปฐมรู้จักเป็นอย่างดี แต่ที่เราทราบทราบกันดีก็ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จ
พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
เมื่อครั้งยังทรงผนวชอยู่ได้เสด็จธุดงค์ที่เมืองนครปฐมพร้อมด้วยคณะสงฆ์
และทรงปักกลด
ประทับ ณ โคนต้นตะคร้อ
ได้สังเกตลักษณะขององค์พระเจดีย์ทรงเห็นว่า ไม่มีพระเจดีย์ใดที่เก่าแก่
และยิ่งใหญ่
เท่าเจดีย์องค์นี้
ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ เสวยราชย์ได้ 2 ปี โปรดให้เริ่มลงมือก่อสร้าง ปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์
เป็นการใหญ่ในปีแรก พ.ศ. 2395 โปรดให้ สมเด็จเจ้าพระยาพระบรมมหาประยูรวงศ์ ควบคุมการสร้าง ต่อมาถึงแก่
พิราลัย
จึงโปรดเก้าฯให้ เจ้าพระยาทิพากรวงศ์มหาโกษาธิบดี เป็นแม่กองเจ้าของการ จัดทำต่อไป
เมื่อวันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2400 (เดือน 5 ขึ้น 9 ค่ำ ปีมะเมีย) พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้เสด็จ
พระราชดำเนินมายังวัดปฐมเจดีย์ และทรงก่อพระปฐมเจดีย์เป็นปฐมฤกษ์ ตามรูปแบบที่ช่างได้จัดทำรูปถวาย
โดยจัดทำครอบองค์ไว้ภายใน การเสด็จครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่เสด็จขึ้นครองราชย์
การปฏิสังขรณ์พระปฐมเจดีย์ สร้างเป็นเจดีย์ใหญ่หุ้มองค์เดิมเปลี่ยนจากบาตรคว่ำมีพุทธบัลลังก์ ฐานสี่เหลี่ยม
ซ้อนระฆัง มียอดนพศูลและมีพระมหามงกุฏสวมไว้บนยอดองค์พระเจดีย์ มีขนาดสูง 3 เส้น 1 คืบ 6 นิ้ว (120.5 เมตร)
ฐานโดยรอบยาว 5 เส้น 17 วา 3 ศอก (233 เมตร) รอบฐานองค์ปฐมเจดีย์สร้างเป็นวิหารคตล้อมรอบเป็น 2 ชั้น
ทั้ง 4 ทิศ
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ยังโปรดให้สร้างพระราชวังที่ประทับไว้คู่กันกับวัดชื่อว่า วังปฐมนคร ปัจจุบัน
พระตำหนักได้ปรับปรุงเป็นที่ทำการเทศบาลจังหวัดนครปฐม
เมื่อ พ.ศ. 2413 ได้เสด็จพระราชดำเนินมายกยอดพระปฐมเจดีย์โปรดให้ สั่งกระเบื้องเคลือบสีเหลืองทอง
จากเมืองจีนมาประดับมหาสถูปทั้งองค์ ซึ่งมาแล้วเสร็จในรัชกาลที่ 6 แต่ก็ยังเป็นป่ารกอยู่ จนกระทั่งในสมัย
รัชกาลที่ 6 เมื่อมีการตัดถนนมากขึ้น
และสร้างที่ทำการของรัฐบาล สร้างสถานที่พักของข้าราชการ
สร้างตลาด
บริเวณพระปฐมเจดีย์กลายเป็นศูนย์กลางของเมือง
และเรียกว่า จังหวัดนครปฐม ในรัชกาลที่ 6 นี้เอง
ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว
โปรดให้ปฏิสังขรณ์วิหารหลวงและให้เขียนภาพพระปฐมเจดีย์
ตั้งแต่ที่มีอยู่เดิมกับภาพเทวดา ครุฑ นาค และนักบวชในศาสนาต่าง ๆ ไว้ที่ผนังวิหาร
ยังโปรดให้สร้างวิหาร
สำหรับประดิษฐานพระร่วงโรจนฤทธิ์ ซึ่งเดิมได้อัญเชิญชิ้นส่วนพระเศียร พระหัตถ์ และพระบาท ซึ่งเป็นศิลปสมัย
สุโขทัยมาจากสวรรคโลก นำมาปฏิสังขรณ์จนเป็นพระพุทธรูปยืนที่สมบูรณ์ และโปรดพระราชทานนามว่า "พระร่วง
โรจนฤทธิ์ ศรีอินทราทิตย์ธรรโมภาส มหาวชิราวุธ ราชปูชนียบพิตร" พระร่วงโรจนฤทธิ์ถือเป็นพระพุทธรูปสำคัญ
องค์หนึ่งของจังหวัดนครปฐมที่มีประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างประเทศแวะมานมัสการอยู่เสมอ
|